พยาตืดหมู

posted on 31 Aug 2009 08:26 by sarunnoot-b in knowlege

พยาธิตืดหมู
เป็นโรคที่เกิดจากพยาธิตืดหมู Taenia soliumเนื่องจากหมูเป็นเป็นโฮสท์กลาง พยาธิตืดหมูทำให้เกิดโรคในคนได้ 2 อย่างคือพยาธิตืดหมูไปอาศัยอยู่ในลำไส้เนื่องจากคนเป็นโฮสท์เฉพาะ และโรคที่สองคือมีพยาธิตัวอ่อนเข้าไปฝังตัวในเนื้อเยื่อของคนและมีถุงน้ำเราเรียก Cysticercosis

เขตปรากฎโรค

พบได้ทั่วโลก พบมากในผู้ที่ชอบรับประทานหมูสุกๆดิบๆ ในประเทศไทยพบมากแถบอีสานเนื่องจากรับประทานอาหารสุกๆดิบๆ เช่นลาบ น้ำตก หมู แหนมเป็นต้น

วงจรชีวิต

Cysticercosis สามารถเกิดได้ทั้งตนและหมูโดยตัวอ่อนจะฝังตัวตามอวัยวะต่างๆจากพยาธิชื่อ Taenia solium.  คนเราจะได้รับเชื้อนี้โดยการรับประทานไข่พยาธิที่ออกมากับอุจาระและปนเปื้อนอาหารหรือน้ำที่เรารับประทาน .  หมูและคนเมื่อได้รับประทานไข่จะทำให้เกิดการติดเชื้อ .  นอกจากจะได้รับเชื้อจากการกินอาหารที่ปนเปื้อน คนยังได้รับไข่พยาธิจากตัวแก่ที่อยู่ในลำไส้โดยคนจะขย้อนตัวแก่เข้าในกระเพาะ ทำให้มีไข่ออกจากตัวแก่ ไข่จะแตกตัวเป็นตัวอ่อนระยะ oncospheres ซึ่งจะเกาะที่ผนังลำไส้ , และไชทะลุผนังลำไส้ไปยัง กล้ามเนื้อ สมอง ตับ และเนื้อเยื่ออื่นกลายเป็นตัวอ่อนในถุงน้ำเรียก cysticerci. อีกวงจรหนึ่งของพยาธิคือคนรับประทานเนื้อหมูที่มีพยาธิในรูป cysticeci.   cyst จะออกจากตัวอ่อนและเกาะกับผนังลำไส้โดยอวัยวะที่ชื่อว่า scolex .  พยาธิจะโตเป็นตัวแก่ซึ่งมีความยาวประมาณ 2 ถึง 7 m และปล้องประมาณ 1000 proglottids, แต่ละปล้องจะมีไข่ประมาณ 50,000 ฟอง และอยู่ในลำไส้เล็กได้หลายปี .

เราได้รับพยาธิตืดหมูได้อย่างไร

พยาธิตืดหมูจะเข้าสู่ร่างกายคนได้ดังต่อไปนี้

จากการดื่ม หรือรับประทานอาหารที่มีไข่ของพยาธิ เช่นผัก ผลไม้ เป็นต้น
จากการรับประทานตัวอ่อนของพยาธิที่อยู่ในกล้ามเนื้อของหมู
จากการที่ขย้อนปล้องแก่เข้ากระเพาะ ทำให้เหมือนเรากินไข่พยาธิ
อาการ

พยาธิตืดหมูในลำไส้

พยาธิตัวแก่ในลำไส้จะแย่งอาหารทำให้ผู้ที่มีพยาธินี้จะรับประทานอาหารเก่ง หิวบ่อยแต่ผอมลง น้ำหนักลด นอกจากนั้นอาจจะมีอาการปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้อาเจียน หรืออุจาระบ่อยเนื่องจากเกิดจากการระคายเคืองต่อลำไส้

Cysticercosis


                                      ภาพ x-ray computer แสดง cyst ในเนื้อสมอง
 
วงจรชีวิตของพยาธิตืดหมูได้กล่าวแล้วข้างต้น อาจจะมีวงจรที่ผิดปกติกล่าวคือ ถ้าคนรับประทานไข่พยาธิตืดหมูที่ติดตามผัก ผลไม้ หรืออาเจียนขย้อนปล้องแก่ของพยาธินี้มาที่กระเพาะ คนก็จะเป็นโฮสท์กลางของพยาธิกลางเหมือนหมู พยาธินี้จะเจริญเหมือนในหมู พยาธิตัวอ่อนจะฟักจากไข่แล้ว ไชทะลุลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดหรือน้ำเหลืองไปยังกล้ามเนื้อ หรืออวัยวะต่างๆ เช่นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ สมอง ไขสันหลัง ตา หัวใจ ตับ ปอด และในช่องท้องแล้วฝังตัวและมีถุงน้ำหุ้ม

อาการและอาการแสดงต่างๆขึ้นกับตำแหน่งของ cyst  ถ้าอยู่ใต้ผิวหนังก็จะมีก้อนใต้ผิวหนัง ถ้าอยู่ที่ตาก็จะปวดตา ตาพร่ามัว สายตาผิดปกติหรือตาบอด ถ้า cyst อยู่ในสมองผู้ป่วยอาจจะไม่มีอาการ หรืออาจจะมีอาการปวดศีรษะเนื่องจาก cyst ไปอุดทางเดินน้ำไขสันหลังทำให้ความดันในสมองสูง อาจจะทำให้เกิดอาการชักซึ่งเป็นอาการที่ผู้ป่วยไปพบแพทย์มากที่สุด

 

การวินิจฉัย

ตรวจพบตุ่มใต้ผิวหนัง เมื่อตัดออกไปตรวจจะพบถุงน้ำและพยาธิตัวอ่อน
ภาพรังสีของกล้ามเนื้อและกะโหลกจะพบหินปูนเป็นจุดๆ
การตรวจ x-ray computer จะพบถุงน้ำและตัวอ่อน
การตรวจอุจาระอาจจะพบปล้องและไข่ของพยาธิ แต่มักจะพบหลังจากการได้รับไข่พยาธิไปแล้ว 3 เดือน

           ภาพแสดง cyst ตืดวัวและตืดหมูซึ่งไม่แตกต่างกัน

   

  

                                   ภาพแสดงปล้องของพยาธิตัวแก่

             ปล้องของตืดวัวTaenia saginata                          ปล้องของตืดหมู taenia solium 

                                         

                                                ภาพแสดงส่วนหัวของพยาธิตัวแก่

 

   หัวของตืดวัว มี 4 sucker             หัวของตืดหมูมี 4 suckerและ1 hooker   

                                  

      ภาพแสดงความยาวพยาธิตัวแก่

การรักษา
พยาธิที่ฝังตัวในสมองให้ใช้ Praziquantel ขนาด 50 มก./กก/วัน แบ่งให้วันละ 3 ครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์
ให้ยา Albendazole ให้ขนาด 15 มก./กก/วัน แบ่งให้วันละ 2-3 ครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์
หากเป็นพยาธิในลำไส้ให้ยา Niclosamide ขนาด 0.5 กรัม ขนาดที่ใช้ให้ 4 เม็ดเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน และให้ยาระบายร่วมด้วย ยาระบายจะให้หลังจากให้ยาฆ่าพยาธิแล้ว

การป้องกัน

ไม่รับประทานอาหารสุกๆดิบๆ
ไม่รับประทานหมูที่มีลักษณะเหมือนจะติดเชื้อพยาธิ
ล้างมือหลังออกจากห้องน้ำ ล้างมือก่อนปรุงและรับประทานอาหาร
ล้างผักและอาหารสดให้สะอาด
ดื่มน้ำต้มสุก

 

Comment

Comment:

Tweet