โรคพยาธิใบไม้ในเลือด  Schistosomiasis
 

เป็นพยาธิใบไม้ในเลือดที่ร้ายแรงและมีความสำคัญอย่างยิ่งของมนุษย์ ทำอันตรายได้มากกว่า
พยาธิใบไม้อื่นๆ สำหรับในคนจะพบได้ 3 ชนิดคือ
- Schistosoma haematobium  พบได้แถบอัฟริกา   ตะวันออกกลาง  ปอร์ตุเกส   อินเดีย
- Schistosoma mansoni  พบได้แถบ อัฟริกาใต้
- Schistosoma japonicum  พบได้แถบ ตะวันออกไกล จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน   ฟิลิปปินส์ ไทย
  พม่า เป็นต้น

วงจรชีวิตของพยาธิ
Schistosoma japonicum ชิสโตโซม่า จาปอนนิคุม ซึ่งพบได้ในไทย พยาธิตัวแก่จะอาศัย
อยู่ในเส้นเลือดใหญ่ เป็นชนิดที่มีความร้ายแรงมากที่สุด วางไข่ได้มากกว่าชนิดอื่น  ทำให้เกิด
อาการของบิดและตับแข็ง ไข่พยาธิถ้าพลัดตกไปที่สมองทำให้เกิดอาการชักหรือเป็นอัมพาติได้
พยาธิตัวแก่ในคนหรือสัตว์จะปล่อยไข่ออกมาในกระแสเลือดและจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ
หรืออุจจาระ ไข่ที่ออกมาจะมี ไมราซิเดียมเจริญเต็มที่อยู่แล้ว เมื่อไข่ลงไปในน้ำจะฟักตัวออกมา
ว่ายอยู่ในน้ำเมื่อไปพบหอยที่เป็นโฮสท์ตัวกลาง ไมราซิเดียมจะไชเข้าไปฝังตัวในหอยและเจริญ
ต่อไปเป็น เซอร์คาเรีย ซึ่งถือเป็นระยะติดต่อ ก็จะว่ายออกจากหอยไปอาศัยอยู่ในน้ำ ระยะที่อยู่
ในหอยกินระยะเวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์ เมื่อคนหรือสัตว์ลงไปเล่นน้ำ อาบน้ำ หรือดื่มน้ำที่มี
ตัวอ่อนเซอร์คาเรีย (cercaria) อยู่ เซอร์คาเรียจะไชผ่านผิวหนังเข้าสู่หลอดเลือดดำเล็ก เข้าสู่
กระแสเลือด ไปยังหัวใจซีกขวา  สู่ปอด กลับมายังหัวใจซีกซ้าย   แล้วกระจายไปทั่วร่างกาย ไป
เข้าสู่เส้นเลือดที่เข้าสู่ตับ (portal vein) พยาธิจะเจริญเติบดตต่อที่ตับเป็นพยาธิโตเต็มวัย จะเริ่ม
จับคู่ระหว่างเพศเมียและเพศคู่แล้วพากันออกจากตับไปอาศัยอยู่ในหลอดเลือดดำตามตำแหน่ง
ต่างๆแล้วแต่ชนิดของพยาธิ ระยะเวลาที่เข้าสสู่ร่างกายและเปลี่ยนจากตัวอ่อนไปจนเต้มวัยและ
จับคู่ผสมพันธุ์กันกินระยะเวลานาน 1-3 เดือน ไข่จะถูกปล่อยออกมากับกระแสเลือดจนไปถึงไต
และถูกขัขออกมายังกระเพาะปัสสาวะ ออกมากับปัสสาวะ

อาการและพยาธิสภาพ
จะทำให้เกิดพยาธิสภาพกับระบบทางเดินอาหารเป็นสำคัญ เช่น ลำไส้ ม้าม ตับ
ในระยะที่ตัวอ่อนไชผ่านผิวหนัง จะทำให้เกิดอาการตุ่มคัน แดง ลมพิษ ปกติจะหายไปใน 2 -3 วัน
ตัวอ่อนจะอยู่ที่ผิวหนังประมาณ 1-2 วันก็จะเคลื่อนตัวเข้าสู่เส้นเลือดและไปจนถึงปอด จะทำให้
ปอดมีจุดเลือดออกเล็กๆ มีเม็ดเลือดขาวมาล้อมรอบตัวอ่อนพยาธิ ต่อมาเมื่อพยาธิเดินทางมาที่
ตับ  จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันไวเกิน    ภูมิแพ้ต่อตัวพยาธิ ลมพิษ ตัวบวม คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน
ไอบาง เจ็บบริเวณตับ   เม็ดเลือดขาวชนิดอีโอซิโนฟิลสูง
ระยะที่พยาธิเริ่มออกไข่ ไข่เป็นแบบไมราซิเดียมซึ่งจะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 3 สัปดาห์ ไข่ส่วน
หนึ่งจะออกมากับปัสสาวะและอุจจาระ อาจมีการถ่ายปัสสาวะออกมาเป็นเลือดเพราะเกิดการ
อักเสบเป็นโพรงหนองที่ผนังของลำไส้และทางเดินปัสสาวะ ร่างกายจะทำปฏิกริยาต่อต้านต่อ
โปรตีนไข่ทำให้มีอาการแพ้และลมพิษมากขึ้น   แผลที่เกิดขึ้นจะเริ่มมีผังผืด   อาจเกิดตับแข็ง
เนื่องจากหลอดเลือดดำที่มายังตับอุดตัน   ภาวะขาดอาหาร  บวม มีน้ำในท้อง ท้องโต อาเจียน
ม้ามโต ปอดเต็มไปด้วยแผลเล็กๆ ไข่อาจเคลื่อนไปทำให้เกิดพยาธิสภาพที่ สมอง ไขสันหลังตา
หรือผิวหนัง ได้อีก

การตรวจวินิจฉัย
- การตรวจหาไข่พยาธิจาก ปัสสาวะ อุจจาระ      ดูภาพไข่พยาธิ
- โดยการตัดชิ้นเนื้อมาตรวจ
- การทดสอบผิวหนัง ต่อตัวพยาธิใบไม้เลือด
- การทดสอบปฏิกริยาน้ำเหลือง

การรักษา
เนื่องจากมีความยุ่งยากและยาเป็นอันตรายต่อร่างกายจึงควรปรึกษาแพทย์โดยเฉพาะ   เพราะ
ชิสโตโซม่า จาปอนนิคุม ที่พบได้ในบ้านเรามีการทนยาได้มาก

การป้องกัน
1. ให้ประชาชนเข้าใจถึงวงจรชีวิตของพยาธิ และการป้องกัน
2. ไม่ถ่ายอุจจาระปัสสาวะเรี่ยราด ไม่เป็นที่เป็นทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายลงน้ำ
3. เลิกการรับประทานกุ้ง ปูน้ำจืด แบบดิบๆสุกๆ
4. ทำลายหอยน้ำจืดตัวกลาง
5. รักษาด้วยยาอย่างถูกวิธี
6. หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ อาบน้ำ ดื่นน้ำที่ยังไม่ได้ต้ม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคพยาธิ

Comment

Comment:

Tweet